อนามัยโลก “ไม่แนะนำ” ใช้เรมเดซิเวียร์กับผู้ป่วยโควิด

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า “ไม่ควรใช้” ยาเรมเดซิเวียร์รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 “ไม่ว่าจะมีอาการอยู่ในระดับใดก็ตาม” เพราะ “ไม่มีผลอย่างชัดเจน”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่ากลุ่มการพัฒนาแนวทางปฏิบัติ ( ซีดีจี ) ขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันศุกร์ ว่ายังไม่พบ “หลักฐานเชิงประจักษ์” ว่าการใช้ยาเรมเดซิเวียร์สามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์สนับสนุนการหายใจ ระยะเวลาในการฟื้นตัว และภาวะอื่นที่เกี่ยวข้อง อันเนื่องมาจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19

หรือสรุปให้ง่ายคือ ยาเรมเดซิเวียร์ “ไม่ได้ก่อให้เกิดโอกาสอย่างมีนัยสำคัญ” ต่อแนวโน้มการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไม่ว่าจะมีอาการเบาบางหรือหนักก็ตาม
  
ทั้งนี้  ดับเบิลยูเอชโอเคยออกรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จัดทำร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดของสหราชอาณาจักร  โดยอาศัยกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยอาการหนักจากโรคโควิด-19 มากกว่า 11,000 คน จาก 30 ประเทศ จากจำนวนดังกล่าวมีการสุ่มเลือกผู้ป่วย 2,750 คน ให้รับการรักษาด้วยยาเรมเดซิเวียร์ ปรากฏผลว่า “ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ” ระหว่างกลุ่มผู้ป่วยซึ่งได้รับยาเรมเดซิเวียร์ กับกลุ่มผู้ป่วยซึ่งเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการอื่น

อย่างไรก็ดี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ ( เอฟดีเอ ) ประกาศเมื่อปลายเดือนที่แล้ว อนุมัติการใช้ยาเรมเดซิเวียร์กับผู้ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยอาการป่วยจากโรคโควิด-19 โดยเป็นการขยายขอบเขตจากคำสั่งฉบับแรก เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นอนุญาตให้ใช้ยาดังกล่าว “กับผู้ป่วยที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤติเท่านั้น”
 
อนึ่ง เดิมทียาเรมเดซิเวียร์ได้รับการคิดค้นและพัฒนาเพื่อใช้รักษาอาการป่วยจากเชื้อไวัสอีโบลา แต่เมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานวิจัยออกมาว่า การใช้ยาเรมเดซิเวียร์สามารถลดระยะเวลาการรักษาตัวในโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคโควิด-19 จาก 15 วัน ลงมาอยู่ที่ 11 วัน